 |
| ประกันคุณภาพวิจัย |
 |
 |
 |
| ระบบประกันคุณภาพการวิจัย (CU-RQA : Chulalongkorn University Research Quality Assurance) กำหนดขึ้นเพื่อแสดงรายละเอียดของข้อกำหนดที่ 4.4 ตามมาตรฐานระบบประกันคุณภาพสำหรับหน่วยงานด้านการเรียนการสอน (CU-QA 84.1) และมาตรฐานระบบประกันคุณภาพสำหรับหน่วยงานด้านการวิจัย (CU-QA 84.2) |
| ระบบประกันคุณภาพการวิจัยมีองค์ประกอบที่แสดงให้เห็นถึงคุณภาพของงานวิจัยทั้งในลักษณะของแต่ละโครงการหรือชุดโครงการ เพื่อให้นักวิจัยและ/หรือหัวหน้าโครงการวิจัยต้องคำนึงถึงโดยมีองค์กรทำหน้าที่กำกับดูแลงานวิจัยตามภารกิจและพันธกิจ เช่น สถาบันวิจัย ศูนย์วิจัย หน่วยวิจัย จะต้องใช้ระบบประกันคุณภาพการวิจัย (CU-RQA) นี้เสริมกับระบบประกันคุณภาพสำหรับหน่วยงานด้านการวิจัย (CU-QA 84.2) หรือองค์กรที่มีภารกิจหลักการเรียนการสอนและการวิจัยควบคู่กันที่มีระบบประกันคุณภาพสำหรับหน่วยงานด้านการเรียนการสอน (CU-QA 84.1) เป็นระบบคุณภาพหลักขององค์กร |
| องค์ประกอบของระบบประกันคุณภาพการวิจัย (CU-RQA) ประกอบด้วยปัจจัยคุณภาพพื้นฐาน (ข้อ ก-ง) 16 ปัจจัย และปัจจัยคุณภาพเพื่อความก้าวหน้า (ข้อ จ-ฉ) อีก 3 ปัจจัย รวมทั้งหมด 19 ปัจจัยคุณภาพ ดังนี้ |
| ก. บริบท (Context) |
| สามารถแสดงให้เห็นถึงสถานภาพของงานวิจัย ทิศทาง และเป้าหมายในภาพรวมเพื่อให้เกิดงานวิจัยที่มีคุณภาพและมีคุณค่า ประกอบด้วยปัจจัยคุณภาพ คือ |
| 1.ทิศทางและเป้าหมายการวิจัย |
| 2.แผนกลยุทธ์การวิจัยและการวางแผนงานวิจัยที่สอดรับกับแผนกลยุทธ์ |
| ข. ทรัพยากรและการบริหารจัดการทรัพยากร (Resource and Resource Management) |
| สามารถแสดงให้เห็นถึงการกำกับ สนับสนุน ส่งเสริมให้มีทรัพยากรที่จำเป็นและเพียงพอต่อการวิจัย รวมถึงการคงไว้ซึ่งทรัพยากร การพัฒนาและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูง ประกอบด้วยปัจจัยคุณภาพคือ |
| 3.บุคลากรด้านการวิจัย |
| 4.เครื่องมือและอุปกรณ์การวิจัย |
| 5.งบประมาณและการเงิน |
| 6.ข้อมูลและสารสนเทศเพื่องานวิจัย |
| ค. กระบวนการในการบริหารจัดการงานวิจัย (Research Management Process) |
| สามารถแสดงให้เห็นถึงกระบวนการในการบริหารจัดการให้งานวิจัยดำเนินไปเป็นลำดับอย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิผล และมีประสิทธิภาพตามเงื่อนไขมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยนั้น ๆ โดยประกอบด้วยปัจจัยคุณภาพ คือ |
| 7.การบริหารจัดการและการดำเนินการวิจัย |
| 8.สถานภาพและความปลอดภัยทางกายภาพ และการปกป้องสภาวะแวดล้อม |
| 9.ความปลอดภัยในด้านสารเคมี สารกัมมันตรังสี และความปลอดภัยทางชีวภาพ |
| 10.จริยธรรมการวิจัยในคนหรือที่เกี่ยวข้องกับคน และจริยธรรมการวิจัยที่ใช้สัตว์ทดลองในการวิจัย |
| 11.จรรยาบรรณการวิจัย |
| 12.ความเชื่อมโยงการวิจัยกับกระบวนการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาและผลสัมฤทธิ์ใน การสร้างบัณฑิตควบคู่ไปกับงานวิจัย |
| 13.การประเมินผลผลิตระหว่างกระบวนการวิจัย |
| 14.การตรวจสอบคุณภาพงานวิจัยที่เสร็จสมบูรณ์ |
| ง. ผลผลิต (Output) |
| 15.การจัดการความรู้/องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัย |
| 16.การดำเนินการด้านทรัพย์สินทางปัญญา |
| จ. ความร่วมมือและการประสานการดำเนินงานกับนักวิชาการ/กลุ่มวิจัยอื่น ๆ (Cooperation and Networking) |
| 17.การดำเนินการวิจัยแบบบูรณาการ |
| 18.ความร่วมมือกับหน่วยงานวิจัยอื่น ๆ ทั้งภายในมหาวิทยาลัย ภายในประเทศและ กับต่างประเทศ |
| ฉ. โครงสร้างพื้นฐานการวิจัยตามมาตรฐานระดับนานาชาติ (International Standardization) |
| 19. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการวิจัยให้เป็นไปตามมาตรฐานระดับนานาชาติ |
| คุณภาพการวิจัยตามโครงสร้างดังกล่าวสามารถใช้ได้กับทั้งชุดโครงการวิจัยหรือโครงการวิจัยเดี่ยว ซึ่งบางปัจจัยอาจประยุกต์ใช้ในรายละเอียดที่แตกต่างกันในแต่ละระดับได้ มาตรฐานการวิจัยนี้ใช้ในการพิจารณาประเมินในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปการประเมินมาตรฐานการวิจัยอาจจะต้องเปลี่ยนไปขึ้นอยู่กับสภาพความต้องการของผู้วิจัย ผู้ใช้ผลงานวิจัย ผู้สนับสนุนการวิจัย รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ |
| |
|
| |
| |