Select Page

คำถามที่พบบ่อย

1.Q: การจัดสรรคณะกรรมการผู้วิจัย หากมีบุคคลภายนอกเยอะกว่าบุคคลภายในควรทำอย่างไร?

A: ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารส่วนงานนั้นๆ เป็นกรณีไป สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณชนิดา 02-2180215

2.Q: การขอยกเว้นค่าสาธารณูปโภค/ เงินสำรองทั่วไป /เงินอุดหนุน ควรทำอย่างไรบ้าง?

A: การขอยกเว้นขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารส่วนงานนั้นๆ หากมีข้อสงสัยในข้อปฏิบัติสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณชนิดา 02-2180215

3.Q: การขอค่าตอบแทนมีเกณฑ์ปฏิบัติอย่างไรบ้าง?

A: ให้อ้างอิงตามเกณฑ์ปฏิบัติของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในกรณีให้มากกว่าเกณฑ์ ต้องขออนุมัติตามข้อปฏิบัติในประกาศการเงิน

4.Q: การดำเนินการอนุมัติหนังสือมอบอำนาจเพื่อดำเนินการวิจัยจะอนุมัติเสร็จภายในกี่วัน?

A: หากเอกสารไม่มีการแก้ไข จะดำเนินการอนุมัติภายใน3-5วัน

5.Q: การดำเนินการทำหนังสือมอบอำนาจจะต้องแนบเอกสารอะไรบ้าง?

A: ข้อเสนอโครงการวิจัย หรือ หนังสืออนุมัติจากแหล่งทุน

6.Q: หากต้องการส่งข้อเสนอโครงการกับแหล่งทุนภายนอก ควรส่งเอกสารภายในกี่วัน หลังจากทราบกำหนดการรับสมัครจากแหล่งทุน?

A: ส่งได้จนกว่าจะหมดเขต แต่ควรส่งเอกสารก่อนปิดรับสมัคร 3 วัน

7.Q: ทุนมูลนิธิกระจก อาซาฮี ประเทศญี่ปุ่นเปิดรับสมัครกี่ครั้งต่อปี?

A: เปิดรับสมัครปีละ 1 ครั้ง ในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม และประกาศผลภายในเดือนธันวาคม-มกราคม

8.Q: แนวทางการขอรับสนับสนุนทุนมูลนิธิกระจก อาซาฮี ประเทศญี่ปุ่น มุ่งเน้นทางด้านใด?

A: สนับสนุนทางด้านวิศวกรรมศาสตร์และวัสดุศาสตร์ ซึ่งหมายความว่าคณะที่สามารถเสนอขอรับทุนได้คือ คณะวิศวกรรมศาสตร, คณะวิทยาศาสตร์, วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี และสถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ

9.Q: ทุนวิจัยเงินทุนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เฉลิมฉลองสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีให้ทุนสนับสนุนในด้านใด?

A: ด้านศิลปะและวัฒนธรรม โดยใช้งบประมาณสนับสนุน 250,000 บาท ในระยะโครงการไม่เกิน 2 ปี

10.Q: คุณสมบัติของผู้ขอรับสนับสนุนทุนเพชรชมพูเข้มแข็ง กองทุนรัชดาภิเษกสมโภช ประกอบด้วยอะไรบ้าง?

A: จะต้องเคยดำรงตำแหน่งด้านบริหาร เช่น หัวหน้าภาค, ผู้ช่วยคณบดี, รองคณบดี, รองผู้อำนวยการ หรือประธานกรรมการหลักสูตร โดยจะต้องดำรงตำแหน่งดังกล่าวไม่น้อยกว่า 2 ปี และต้องพ้นจากตำแหน่งบริหารมาแล้วไม่เกิน 4 ปี

11.Q: เงินสนับสนุนทุนพัฒนาอาจารย์ใหม่ /นักวิจัยใหม่ กองทุนรัชดาภิเษกสมโภช จะได้รับเงินสนับสนุนภายในกี่วัน?

A: หลังเซ็นสัญญาภายใน 4 สัปดาห์ (1 เดือน)

12.Q: การขอรับทุนสนับสนุนทุนพัฒนาอาจารย์ใหม่ /นักวิจัยใหม่ กองทุนรัชดาภิเษกสมโภช ควรเปิดบัญชีแยกจากบัญชีส่วนตัวหรือไม่ และควรเปิดบัญชีกับธนาคารใด?

A: ควรเปิดบัญชีแยกจากบัญชีส่วนตัว และเปิดเป็นบัญชีออมทรัพย์ของธนาคารใดก็ได้

13.Q: ระบบ Chula R^2 สำหรับขอรับการสนับสนุนตีพิมพ์สามารถใช้งานในระบบได้หรือไม่?

A: ยังใช้งานไม่ได้ แต่สามารถขอรับการสนับสนุนผ่านเอกสารได้ โดยส่งผ่านรองฯวิจัยของแต่ละคณะ /สถาบัน

14.Q: ผู้ใดสามารถขอรับการสนับสนุนตีพิมพ์ได้?

A: บุคลากรที่ถูกว่าจ้างโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นผู้ที่เขียนชื่อแรก (first Author) หรือผู้เขียนที่เป็นชื่อหลัก (corresponding author)

15.Q: บทความสามารถขอรับการสนับสนุนตีพิมพ์ได้ตั้งแต่ปีใด?

A: ตั้งแต่ปี 2014 (2557) เป็นต้นมา

16.Q: ทำไมต้องมีบทคัดย่อภาษาไทย?

A: เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์บทความในช่วงระยะเวลาหนึ่ง และอธิบายเกี่ยวกับงานวิจัยเพื่อให้บุคคลภายนอกเข้าใจพอสังเขป

17.Q: เอกสารหลักฐานในการขอค่าใช้จ่ายในการตีพิมพ์มีอะไรบ้าง?

A: 1. หลักฐานการจ่ายเงินผ่านธนาคารการ / การหักค่าบริการจากบัตรเครดิต

  1. ใบแจ้งอัตราค่ะเพลสชาร์ต (ใบ Invoice)
  2. ใบรับรองแทนใบเสร็จ
  3. ใบแจ้งอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทในวันที่ชำระ (กรณีชำระเงินโดยวิธีอื่นที่ไม่ใช่การโอนเงินผ่านธนาคาร)

* ผู้ใดเป็นผู้ขอรับการสนับสนุนตีพิมพ์ผู้นั้นต้องเป็นคนเดียวกับผู้จ่ายเงิน

18.Q: อาจารย์ที่เป็นผู้เขียนชื่อแรก (first Author) ต้องมีหนังสือยินยอมจากผู้เขียนที่เป็นชื่อหลัก (corresponding author) หรือไม่?

A: ไม่ต้อง กลับกัน หากผู้เขียนที่เป็นชื่อหลัก (corresponding author) เป็นผู้ขอ จะต้องมีหนังสือยินยอมจากผู้เขียนชื่อแรก (first Author)

19.Q: บทความที่ยังไม่อยู่ใน ISI/ Scopus สามารถขอรับการสนับสนุนได้หรือไม่?

A: ไม่ได้ ดังประกาศปี 2556 บทความต้องปรากฏอยู่ในฐานแล้วจึงจะสามารถขอรับการสนับสนุนได้

20.Q: ตรวจสอบภาษาสามารถขอรับการสนับสนุนได้หรือไม่?

A: ไม่ได้ เพราะเป็นทุนสนับสนุนที่ต่างกัน ควรขอรับการสนับสนุนจากหน่วยคลินิกวิจัย

21.Q: อาจารย์ที่ได้รับการว่าจ้างจากสภากาชาดไทย /โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สามารถขอรับการสนับสนุนได้หรือไม่?

A: ไม่ได้ เพราะผู้ขอรับการสนับสนุนจะต้องเป็นบุคลากรประจำที่ว่าจ้างโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเท่านั้น

22.Q: หากบทความถูกตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติ สามารถขอรับการสนับสนุนได้หรือไม่?

A: ไม่ได้ เพราะสนับสนุนเฉพาะวารสารที่ได้รับการตีพิมพ์ในระดับนานาชาติเท่านั้น

23.Q: บทความที่อยู่ในฐาน Pubmed สามารถขอรับการสนับสนุนได้หรือไม่?

A: ไม่ได้ เพราะสนับสนุนเพียง 2 ฐานเท่านั้นได้แก่ ISI และ Scopus

24.Q: ในการเบิกขอค่าสนับสนุนตีพิมพ์ สามารถใช้หลักฐานการเงินเป็นข้อมูลบัตรเครดิตได้หรือไม่?

A: ได้ แต่ต้องมีหลักฐานการหักเงินของบัตรเคดิต

25.Q: หากผู้เขียนชื่อแรก (first Author) หรือผู้เขียนที่ชื่อหลัก (corresponding author) ให้สามี/ภรรยาของผู้ที่ขอค่าสนับสนุนตีพิมพ์เป็นคนจ่ายเงิน ควรดำเนินการอย่างไร?

A: เก็บหลักฐานการหักค่าบริการจากบัตรเครดิตของสามี/ภรรยาของผู้ที่ขอค่าสนับสนุนตีพิมพ์ และผู้เขียนชื่อแรก (first Author) หรือผู้เขียนที่ชื่อหลัก (corresponding author) (ผู้ขอ) เซ็นรับรองสำเนาใบทะเบียนสมรส เพื่อยืนยันความเป็นสามี/ภรรยา

26.Q: มีวิธีในการหาค่า impact factor อย่างไรบ้าง?
27.Q: การสืบค้นบทความว่ามีอยู่ในฐานข้อมูล ISI / Scopus หรือไม่มีวิธีการสืบค้นอย่างไร?

A: การหาฐานข้อมูล ISI http://apps.webofknowledge.com

และฐานข้อมูล Scopus https://www.scopus.com

28.Q: คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ขอเงินสนับสนุนศาสตราจารย์อายุ 60 ปีและศาสตราจารย์ภิชาน ต้องมีอายุงานที่ต้องเกษียณปีนี้หรือเกษียณงานไปแล้ว?

A: ต้องเป็นอาจารย์ที่กำลังเกษียณอายุในปีปัจจุบันและหน่วยงานภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไม่มีสัญญาจ้างต่อ (เช่นเกษียณในงบประมาณปี 60 จะได้รับทุนในปี61) หรือเป็นอาจารย์ที่เกษียณไปแล้วกี่ปีก็ได้และคณะเห็นผลงานสมควรแก่การได้รับทุน

29.Q: การประสานงานจองการประชุมทาง E-mail ของกรรมการบริหารงานด้านวิจัย ระหว่างส่วนกลางกับคณะ ควรยืนยันนัดหมายและจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมภายในกี่วัน?

A: ภายใน 7 วัน เพื่อทางเจ้าหน้าที่ส่วนกลางจะได้อำนวยความสะดวกในด้านการจัดสถานที่และจัดอาหารว่างได้ตามจำนวนและความต้องการ

30.Q: การจัดสัมมนาบุคลากรด้านประสานงานวิจัยของทุกหน่วยงาน ควรแจ้งรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมล่วงหน้ากี่วัน?

A: 2 สัปดาห์ก่อนการเดินทาง เพื่อยืนยันรายชื่อก่อนจองห้องพักกับโรงแรม หากเกินเวลาที่กำหนด ผู้เข้าร่วมประชุมที่แจ้งชื่อล่าช้าจะต้องดำเนินการประสานงานกับโรงแรมด้วยตัวเอง

31.Q: ทุนสนับสนุนและส่งเสริมหน่วยงานเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ (RU/ CE /STAR) ให้งบประมาณเท่าไหร่?

A:
1.RU: สนับสนุนไม่เกิน 1,000,000 บาท เป็นระยะเวลา 5 ปี

2.CE: สนับสนุนเบื้องต้นไม่เกิน 1,000,000 บาทต่อปี หากศูนย์ฯ สามารถแสวงหาทุนวิจัยจากแหล่งทุนภายนอกมาได้ จะได้รับการสนับสนุนเพิ่มอีกโดยสมทบทุนให้ร้อยละ 20 ของเงินทุนวิจัยที่ไม่รวมค่าครุภัฑณ์ที่ศูนย์ฯ แสวงหาได้จากแหล่งทุนภายนอก ทั้งนี้เงินสมทบทั้งสิ้นไม่เกิน 3,000,000 บาทต่อปี

3.STAR: ปีละไม่เกิน 500,000 บาท เป็นระยะเวลา 2 ปี

32.Q: ทุนสนับสนุนและส่งเสริมหน่วยงานเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ (RU/ CE /STAR) เปิดรับสมัครกี่ครั้งต่อปี?

A: ปีละ 4 รอบ ในเดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคมของทุปี

33.Q: ผู้ขอทุนสนับสนุนและส่งเสริมหน่วยงานเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ (และหน่วยปฏิบัติการวิจัย (RU)) ควรมีคุณสมบัติอย่างไร?

A:

  1. มีโครงสร้างบุคคลและการบริหารจัดการที่ชัดเจน ประกอบด้วย
    • มีอาจารย์และ/หรือนักวิจัยที่เป็นบุคลากรประจำของมหาวิทยาลัยร่วมปฎิบัติงานในหน่วยฯ อย่างน้อย 3 คน โดยมี 1 คน ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าหน่วยฯ
    • ผู้ช่วยวิจัยและ/ หรือเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยฯ
  2. มีผลงานวิชาการต่อเนื่องมาไม่น้อยกว่า 3 ปี โดยเป็นผลงานที่ได้รับการยอมรับในวงวิชาการให้นำเสนอในวารสารวิชาการระดับชาติ/นานาชาติ
  3. มีแผนงานวิจัยและแผนดำเนินงานที่ชัดเจนอย่างน้อย 3 ปี ซึ่งเป็นแผนพัฒนาที่ต่อจากรากฐาน และ/หรือแสดงถึงการพัฒนาองค์กรที่มีความชัดเจนและยั่งยืน
  4. มีความเชื่อมโยงกับการผลิตบัณฑิตในระดับบัณฑิตศึกษาในเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับความเชี่ยวชาญและอยู่ในแผนงานของหน่วยฯ
  5. หากได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อทำการวิจัยจากหน่วยงานภายนอก จะได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ
  6. มีอุปกรณ์การวิจัยพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการวิจัยของหน่วยฯ อยู่แล้ว และมีการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง
  7. มีเป้าหมายและแผนดำเนินงานที่จะสร้างความสัมพันธ์ทางวิชาการกับภาคการผลิตและบริการ หรือสถาบันวิชาการอื่นๆ ทั้งระดับชาติและนานาชาติ
34.Q: ผู้ขอทุนสนับสนุนและส่งเสริมหน่วยงานเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ (ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทาง (CE)) ควรมีคุณสมบัติอย่างไร?

A:

  1. มีโครงสร้างบุคคลที่ชัดเจน ประกอบด้วย
    • อาจารย์และ/หรือนักวิจัยที่เป็นบุคลากรประจำของมหาวิทยาลัยร่วมปฎิบัติงานในหน่วยฯ อย่างน้อย 3 คน โดยมี 1 คนทำหน้าที่เป็นหัวหน้าศูนย์ฯ
    • ผู้ช่วยวิจัย
    • เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ฯ
    • นักวิจัยที่ไม่ใช่บุคลากรประจำ (ถ้ามี)
  2. มีผลงานวิชาการต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 ปี โดยเป็นงานวิจัยที่สร้างองค์ความรู้ใหม่เพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการและ/หรือสามารถประยุกต์ใช้งานทางด้านสังคม/เศรษฐกิจ/อุตสาหกรรมได้ ผลงานดังกล่าวต้องได้รับการยอมรับให้นำเสนอในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ และได้รับการอ้างอิงในวงวิชาการ
  3. มีแผนงานวิจัยและแผนดำเนินงานที่ชัดเจนอย่างน้อย 3 ปี ซึ่งเป็นแผนพัฒนาที่จากรากฐานเดิมที่มีจุดเด่น และ/หรือแสดงถึงการพัฒนาองค์กรที่มีความชัดเจนและยั่งยืน รวมทั้งแสดงถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่สังคม/ประชาคมด้วย
  4. มีความเชื่อมโยงกับการผลิตบัณฑิตในระดับบัณฑิตศึกษา โดยมีนิสิตระดับบริญญาโทหรือเอกทำวิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์ในเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับความเชี่ยวชาญและอยู่ในแผนงานของศูนย์ฯ
  5. ได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณเพื่อทำการวิจัยจากหน่วยงานภายนอก
  6. มีความพร้อมในด้านอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับการวิจัย และมีระบบการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง

มีความสัมพันธ์ทางวิชาการกับภาคการผลิต/การค้าและการบริการ หรือกับสถาบันวิชาการอื่นๆ /องค์กรระหว่างประเทศทั้งระดับชาติและนานาชาติ

35.Q: ผู้ขอทุนสนับสนุนและส่งเสริมหน่วยงานเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ (โครงการขับเคลื่อนการวิจัย (STAR)) ควรมีคุณสมบัติอย่างไร?

A:

  1. มีโครงสร้างบุคลากรที่ชัดเจน ประกอบด้วย
    • อาจารณ์และ/หรือนักวิจัยที่เป็นบุคลากรประจำมหาวิทยาลัยร่วมปฏิบัติงานอย่างจริงจังในกลุ่มอย่างน้อยกว่า 3 คน (กรณีสาขาสังคมศาสตร์ 2 คน) โดย 1 คนทำหน้าที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม
    • อาจมีผู้ช่วยวิจัยและ/หรือเจ้าหน้าที่ประจำกลุ่ม
  2. ต้องมีกัลยาณมิตรทางวิชาการ (Mentor) ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาด้วย
  3. มีผลงานวิชาการในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา และเป็นผลงานที่มีศักยภาพ ได้รับการยอมรับในวงวิชาการให้นำเสนอในวารสารวิชาการระดับชาติ/นานาชาติ
  4. มีแผนงานวิจัยและแผนดำเนินงานที่ชัดเจน ซึ่งแสดงถึงการพัฒนาไปเป็นหน่วยปฎิบัติการวิจัย (RU) ได้ในอนาตค ทั้งนี้ ต้องมีผลผลิตที่ชัดเจนและสามารถต่อยอดหรือขยายต่อไปได้
  5. หากมีความเชื่อมโดยงกับการผลิตบัณฑิตในระดับบัณฑิตศึกษาโดยมีนิสิตระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอกมาทำวิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์ในเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับความชำนาญและอยู่ในแผนของกลุ่มวิจัยจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

ที่อยู่

สำนักบริหารวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อาคารจามจุรี 5 ชั้น 6 
ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

E- Mail:  research@chula.ac.th  FAX: 02-218-0236
โทรศัพท์ : 
ฝ่ายวิเคราะห์และเผยแพร่: 02-218-0240, 02-218-0238
ฝ่ายทุนวิจัย: 02-218-0213, 02-218-0215
ฝ่ายพัฒนาและบูรณาการงานวิจัย: 02-218-0219, 02-218-2034, 02-218-0220

คณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในคน 02-218-3202