ปี 2549
ปี 2548
ปี 2547
ปี 2546
ปี 2545
รางวัลนักวิจัย
รางวัลผลงานวิจัย
สิทธิบัตร/ทรัพย์สินทางปัญญา
สถาบันวิจัย
ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทาง(CE)
หน่วยปฏิบัติการวิจัย(RU)
เมธีวิจัยอาวุโส
ผู้รับทุนอาจารย์/นักวิจัยใหม่
จุฬา e-Journal
ระบบข้อมูลวิจัยของจุฬาฯ
สถิติบทความตีพิมพ์เผยแพร่ของจุฬาฯ
บทคัดย่อผลงานวิจัย
บทคัดย่อผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ
ระดับนานาชาติ
CU Reference Database
ISI Journal Citation Reports
สถาบันวิทยบริการของจุฬา
ฐานข้อมูลงานวิจัยของ วช.
ฐานข้อมูลงานวิจัยของ สวทช.
ความเป็นมา
นโยบายวิจัย
ประกันคุณภาพงานวิจัย
คณะผู้บริหาร
บุคลากร
ทุนพัฒนาอาจารย์/นักวิจัยใหม่
ทุนวิจัย
กลุ่มทำวิจัย
ผลงานวิจัย
แบบฟอร์ม
ระเบียบข้อบังคับ
การขอสิทธิบัตร
จรรยาบรรณนักวิจัย
ความเป็นเจ้าของ(authorship)
หาค่า Impact Factor
FAQ
สรุปภาพรวมงานวิจัย
ผลงานวิจัยชาวจุฬาฯ
จุฬาวิจัย Online
research@chula.ac.th
Webboard
โทรศัพท์ 0-2218-0238
แผนที่ตั้ง
 
ตั้งแต่ 24 มี.ค.48 ถึงวันนี้
มีจำนวน Free Hit Counters คน
 

Treatment of dystonia

(การรักษาโรคดีสโทเนีย)

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์รุ่งโรจน์ พิทยศิริ
ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

ดีสโทเนีย เป็นกลุ่มอาการ ที่มีหลายสาเหตุ โดยมีลักษณะเฉพาะส่งผลให้เกิดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้ออย่างผิดปกติ ทำให้ร่างกายส่วนนั้นมีรูปร่างที่ผิดปกติไป โดยส่วนใหญ่สาเหตุของโรคดีสโทเนียจะพบเพียง 28% ส่วนที่เหลือจะไม่ทราบสาเหตุ การรักษาอาการดีสโทเนียมีความสลับซับซ้อน โดยคำนึงถึงสาเหตุ (ถ้าพบ) ตำแหน่งของร่างกาย ที่มีอาการดีสโทเนีย ความรุนแรงของอาการเกร็ง และกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วยที่สูญเสียไป หลักในการรักษาจะประกอบด้วย การรักษาด้วยยาซึ่งมีมากมายหลายชนิด การผ่าตัด การฉีดโบทุลินั่ม ท็อกซิน และกายภาพบำบัด งานวิจัยนี้ได้ศึกษาและให้หลักในการรักษา โรคดีสโทเนีย โดยคำนึงถึงปัจจัยที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ถ้าดีสโทเนียที่เกิดในเด็ก ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นทั่วร่างกาย การรักษาควรเริ่มด้วยยาก่อน และพิจารณาถึงการผ่าตัดแบบ Deep brain stimulation ถ้าผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อยาเท่าที่ควร ส่วนดีสโทเนียในผู้ใหญ่มักจะเป็นเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ซึ่งการรักษาควรเริ่มต้น ด้วยการฉีด โบทุลินั่ม ท็อกซิน เป็นต้น ส่วนในผู้ป่วยโรคดีสโทเนียที่ทราบสาเหตุ การตอบสนองต่อการรักษาในผู้ป่วยกลุ่มนี้อาจจะไม่เต็มที่ ดังนั้น การรักษาโรคดีสโทเนียในปัจจุบัน ยังคงต้องอาศัยการวิจัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อการค้นพบการรักษาใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

 
 
 
Expert review of neurotherapeutics 6 (6), 863 - 886 (2006)
 
 
Copyright @2006 Division of Research Development and Promotion Chulalongkorn University. All Rights Reserved