TRIUP-ACT
กุมภาพันธ์ 18, 2026 2026-02-18 20:21TRIUP-ACT
ท่ามกลางความท้าทายในการเปลี่ยนองค์ความรู้เป็นผลงานสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ภาครัฐได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการปรับโครงสร้างกรรมสิทธิ์ในผลงานวิจัย โดยมอบกรรมสิทธิ์ให้แก่อาจารย์และนักวิจัยผู้สร้างสรรค์ผลงาน เพื่อสร้างแรงจูงใจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเชิงพาณิชย์ ซึ่งได้แนวคิดมาจากกฎหมายเบย์-โดล (Bayh-Dole Act) ของสหรัฐอเมริกา ที่นำมาสู่การประกาศใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2564 ของประเทศไทย ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นมา เพื่อสร้างรากฐานใหม่ให้งานวิจัยและนวัตกรรมไทยถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
วัตถุประสงค์
- ให้ผู้รับทุนหรือนักวิจัยสามารถ เป็นเจ้าของผลงานวิจัย ที่ได้รับ ทุนสนับสนุนจากรัฐได้
- กำหนดหลักเกณฑ์ในการโอนผลงานวิจัยและนวัตกรรมของผู้เป็นเจ้าของผลงานให้แก่ บุคคลอื่นและหน้าที่ของผู้รับโอนผลงาน
- ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีออกคำสั่งให้หน่วย งานที่ได้รับมอบหมายใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่เกิดจากทุนของรัฐในกรณี ฉุกเฉินหรือภาวะวิกฤติ
- ให้ผู้เป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรม ต้องใช้ประโยชน์บริหารจัดการ และรายงาน ผลการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมต่อผู้ให้ทุน
- ให้ผู้ประสงค์จะใช้ประโยชน์ในผลงานวิจัยและนวัตกรรมสามารถขออนุญาตใช้ประโยชน์ได้โดยเสนอเงื่อนไขและค่าตอบแทน
- กำหนดหน่วยงาน วิธีการส่งเสริม และการจัดสรรเงินค่าตอบแทนแก่นักวิจัย เพื่อส่งเสริมการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมไปใช้ประโยชน์ในวงกว้าง*
* ข้อมูลจาก https://www.tsri.or.th/nsrf/triup/triup-act
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
ประโยชน์จากการยื่นรายงานเปิดเผยผลงานฯ
ภาคเอกชน
สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย นักวิจัย
ประชาชน เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน
ประเทศ
- เอกชนที่ทำวิจัยเองได้สามารถขอเป็นเจ้าของผลงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐได้
- Startup/Spinoff company สามารถระดมทุนได้ง่ายขึ้นเนื่องจากเป็นเจ้าของผลงาน
- ลดขั้นตอนการเจรจาเพื่อใช้สิทธิงานวิจัยและนวัตกรรมกับเจ้าของผลงานวิจัย (เนื่องจากไม่มีผู้ให้ทุนมาเกี่ยวข้อง)
- สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และนักวิจัยสามารถเป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรมได้
- สามารถได้รับผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นที่ได้จากการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม
- ลดขั้นตอนการเจรจากับภาคเอกชน เพิ่มอัตราการใช้ประโยชน์งานวิจัย
- สามารถเข้าถึง appropriate technology เพื่อใช้ในการปรับปรุงกระบวนการผลิตและบริการ และสร้างรายได้เพิ่มขึ้น (เนื่องจากมีงบประมาณและกลไกที่สนับสนุน)
- มีการปรับเปลี่ยนเขาสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม ลดความเหลื่อม ล้ำ และสร้างรายได้เพื่อให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางเนื่องจากนักวิจัยมีแรงจูงใจในการสร้างนวัตกรรมให้ส่งถึงมือผู้ใช้
- ผู้ใช้ประโยชน์เข้าถึงนวัตกรรมได้ง่ายขึ้น และใช้นวัตกรรมเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนประเทศ
การใช้บังคับ พรบ. TRIUP Act
ใช้กับหน่วยงานของรัฐที่หน้าที่ อำนาจหรือวัตถุประสงค์ในการให้ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม
ข้อยกเว้น :
- ยกเว้นกฎหมายทั้งฉบับ : Institutional research, การให้ทุนคนต่างด้าวที่ไม่มีถิ่นที่อยู่ในไทย, การวิจัยด้านอาวุธและการทหาร (ไม่รวม dual use), การวิจัยที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประชาชนหรือต้องใช้เป็นพื้นฐานของการวิจัย, เรื่องอื่นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
- ยกเว้นเฉพาะเรื่องความเป็นเจ้าของ : การร่วมให้ทุน, การให้ทุนของมหาวิทยาลัยของรัฐโดยใช้เงินนอกงบประมาณ
- เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขตามที่สภานโยบายกำหนด : การให้ทุนคนต่างด้าวที่มีถิ่นที่อยู่ในไทย (คดีตามพระราชบัญญัตินี้อยู่ในอำนาจศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ)
ลักษณะการให้ทุนสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมภายใต้บังคับกฎหมาย
ทุนสนับสนุนการวิจัยฯ ที่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมาย
- การให้ทุนของหน่วยงานของรัฐที่มีวัตถุประสงค์หรือหน้าที่และอำนาจในการให้ทุนสนับสนุนการวิจัยฯ หรือ การให้ทุนของหน่วยงานด้านการให้ทุนตามที่สภานโยบายประกาศ
- การให้ทุนสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม โดยใช้เงินจาก
- งบประมาณแผ่นดิน
- กองทุนส่งเสริม ววน.
- กองทุนหรือทุนหมุนเวียนอื่นที่มีวัตถุประสงค์ในการให้ทุนสนับสนุนการวิจัย
- การให้ทุนแบบให้เปล่าทั้งหมด (grant) หรือบางส่วน (matching Grant) การให้ทุนแบบกำหนดเงื่อนไขการใช้คืน (recoverable Grant) หรือการให้ทุนเป็นเงินให้กู้ยืมแบบมีกำหนดระยะเวลาชำระคืนแก่ผู้ให้ทุน (loans)
ทุนสนับสนุนการวิจัยฯ ที่ไม่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมาย
- การให้ทุนการศึกษาซึ่งมีเงื่อนไขให้ทำการวิจัยหรือสร้างนวัตกรรมเป็นส่วนหนึ่งแห่งการให้ทุน
- การให้ทุนสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมที่มีลักษณะ
- การจ้างที่ปรึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
- การให้ทุนแบบอื่นตามที่หน่วยงานกำหนด โดยความเห็นชอบของ กสว.