เช็ก! ข้อควรระวังก่อนนำ H-index ไปวัดผล

H-index คือ ตัวชี้วัดที่สะท้อนทั้งปริมาณผลงานวิจัยและการได้รับการอ้างอิงของนักวิจัย โดยพิจารณาจากจำนวนผลงานที่ได้รับการอ้างอิงอย่างต่อเนื่องในระดับที่สอดคล้องกับจำนวนผลงานนั้น H-index ถูกเสนอโดย Prof. Jorge Hirsch ในปี ค.ศ. 2005 โดยมีแนวคิดว่า นักวิจัยจะมี H-index เท่ากับ h เมื่อมีผลงานอย่างน้อย h เรื่องที่แต่ละเรื่องได้รับการอ้างอิงอย่างน้อย h ครั้ง

H-index ดูอย่างไร?

ตัวอย่างเช่น นักวิจัยคนหนึ่งมีผลงานที่ได้รับการอ้างอิง ทั้งหมด 8 เรื่อง ดังนั้น นักวิจัยคนนี้มี H-index = 6 เพราะมีผลงาน 6 เรื่อง ที่แต่ละเรื่องได้รับการอ้างอิงอย่างน้อย 6 ครั้ง ส่วนผลงานลำดับที่ 7 มีเพียง 3 citations จึงยังไม่สามารถทำให้ H-index เพิ่มเป็น 7 ได้

ดังนั้น H-index จึงไม่ได้หมายถึง “จำนวน citations ทั้งหมด” แต่เป็นตัวเลขที่สะท้อนความต่อเนื่องของผลงานที่ได้รับการอ้างอิง 

H-index มีประโยชน์อย่างไร? ทำไมจึงสำคัญสำหรับนักวิจัย?

H-index มีประโยชน์ในฐานะตัวชี้วัดหนึ่งประกอบการประเมินผลงานวิจัย เนื่องจากนำจำนวนผลงานและการได้รับการอ้างอิงมาพิจารณาร่วมกัน จึงช่วยให้เห็นภาพโดยรวมของทั้งผลิตภาพของผลงาน (Productivity) และการได้รับการอ้างอิงหรืออิทธิพลทางวิชาการ (Citation Impact)

ตัวอย่างการนำไปใช้ ได้แก่

  • ใช้เป็นข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ศักยภาพและผลกระทบของงานวิจัยในระดับสถาบัน
  • ใช้ประกอบการวิเคราะห์นักวิจัยและกลุ่มวิจัย
  • ใช้ติดตามพัฒนาการของผลงานวิจัยของตนเอง
  • ใช้ประกอบการจัดทำประวัติและโปรไฟล์นักวิจัย
  • ใช้ประกอบการพิจารณาผลงานในบางบริบท เช่น การสมัครทุน การเลื่อนตำแหน่ง หรือการประเมินผลงาน

ทั้งนี้ H-index ควรใช้ร่วมกับตัวชี้วัดอื่น ๆ ไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์เดียวในการตัดสินคุณภาพหรือความสามารถของนักวิจัย

ข้อควรระวังในการใช้ H-index

  1. H-index ไม่ใช่คะแนนคุณภาพของงานวิจัย ค่า H-index ไม่ได้บอกโดยตรงว่างานวิจัย “ดี” หรือ “มีคุณภาพสูง” แต่เป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนผลงานและ citations
  1. ค่า H-index ขึ้นอยู่กับฐานข้อมูล H-index จาก Scopus, Web of Science และ Google Scholar อาจไม่เท่ากัน เนื่องจากแต่ละฐานข้อมูลมีขอบเขตของสิ่งพิมพ์และวิธีการรวบรวมข้อมูลแตกต่างกัน
  1. ไม่ควรใช้ H-index เพียงตัวเดียวในการประเมินนักวิจัย ควรพิจารณาร่วมกับตัวชี้วัดอื่น เช่น จำนวน publications, citations, FWCI, คุณภาพของวารสาร, บทบาทผู้เขียน และลักษณะของสาขาวิชา รวมถึงคุณภาพและความสำคัญของผลงานในบริบทจริง
  1. H-index อาจไม่สะท้อนผลงานที่โดดเด่นบางชิ้น บทความหนึ่งที่ถูกอ้างอิงถึง 1,000 ครั้ง แต่บทความอื่นถูกอ้างอิงน้อย ค่า H-index ก็อาจยังต่ำอยู่ เพราะตัวชี้วัดนี้ให้น้ำหนักกับความสม่ำเสมอ ไม่ใช่ผลงานชิ้นเดียว

H-index สูง แปลว่า นักวิจัยเก่งกว่าหรือไม่?

ไม่เสมอไป  H-index ไม่ใช่คะแนนวัดคุณภาพความเก่งของนักวิจัย การเปรียบเทียบ H-index ควรคำนึงถึงสาขาวิชา ประสบการณ์วิจัย และฐานข้อมูลที่ใช้ เนื่องจากแต่ละปัจจัยส่งผลต่อค่า H-index

Key Message “H-index ไม่ได้บอกว่าใครเก่งกว่าใคร แต่ช่วยให้เห็นภาพรวมของผลงานและการได้รับการอ้างอิงทางวิชาการ”

แหล่งอ้างอิง

Hirsch, J. E. (2005). An index to quantify an individual’s scientific research output. Proceedings of the National Academy of Sciences, 102(46), 16569–16572. https://doi.org/10.1073/pnas.0507655102