9 Q&A ไขข้อข้องใจ ชวนนักวิจัยจุฬาฯ ทำความรู้จัก TRIUP Act

Q: พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2564 มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร
A: เพื่อผลักดันการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ได้รับทุนของรัฐไปใช้ประโยชน์ เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสาธารณประโยชน์ในวงกว้าง

Q: พ.ร.บ. นี้มีผลบังคับใช้กับโครงการที่เริ่มรับทุนตั้งแต่เมื่อใด 
A: โครงการวิจัยที่เริ่มสัญญารับทุนตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป

Q: หน่วยงานให้ทุนของรัฐในปัจจุบันมีแหล่งทุนไหนบ้าง
A: หน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัย (PMU) ได้แก่ ได้แก่ รวพ. วช. สทนว. สถาบันวัคซีน สวรส.
และ สวก. หรือในสัญญามีข้อกำหนดให้ต้องรายงานการใช้ประโยชน์ TRIUP Act เช่น สสส.

Q: นักวิจัยที่ได้รับทุนจากแหล่งทุนนี้ต้องทำอะไรบ้าง
A:

  • รายงานการเปิดเผยผลงานวิจัยและนวัตกรรม (ข้อค้นพบใหม่)
  • รายงานแผนและกลไกการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์
  • แจ้งความประสงค์เป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรม

Q: นักวิจัยต้องรายงานการเปิดเผยผลงานวิจัยและนวัตกรรม (ข้อค้นพบใหม่) เมื่อไร 
A: ก่อนการตีพิมพ์/นำเสนอผลงานวิจัย/ ถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือภายใน 90 วันหลังสิ้นสุดสัญญา

Q: การรายงานแผนและกลไกการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ และ แจ้งความประสงค์เป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรมต้องทำเมื่อไร 
A: หลังจากได้รับอนุมัติการเปิดเผยผลงานวิจัยและนวัตกรรม (ข้อค้นพบใหม่) จากแหล่งทุน

Q: นักวิจัยต้องรายงานที่ระบบใด 
A: ระบบสารสนเทศรองรับพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมwww.triup.tsri.or.th/index

Q: ใครได้รับประโยชน์จาก พ.ร.บ.ฉบับนี้
A: ผู้รับทุนและผู้รับผิดชอบโครงการได้สิทธิความเป็นเจ้าของผลงานวิจัย ได้รับผลประโยชน์จากผลงานวิจัยและนวัตกรรม (รายละเอียดเป็นไปตามพรบ.ฉบับนี้)

Q: หากไม่รายงานตาม พ.ร.บ. จะเป็นอย่างไร
A: เสียสิทธิในผลงานวิจัยและนวัตกรรม โดยสิทธินั้นจะตกเป็นของผู้ให้ทุนทันที

เพื่อรักษาสิทธิ์ความเป็นเจ้าของในผลงานวิจัย อย่าลืมเข้าไปรายงานฯในระบบตามกำหนดเวลา 
ผู้ให้ทุน = แหล่งทุน, ผู้รับทุน = จุฬาฯ, ผู้รับผิดชอบโครงการ = อาจารย์และนักวิจัยประจำจุฬาฯ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line OA : @cu.research