
ศิลปะ…เป็นเรื่องของนามธรรมและความอิสระ ศิลปะ…ไม่เคยตัดสินผู้ชมว่าใครมีสิทธิ์จะชื่นชมหรือไม่สมควร ต่อให้อยู่ในโลกที่เลือนรางหรือมืดบอด ศิลปะก็สามารถเข้าถึงและกล่อมเกลาจิตใจให้เราเป็นหนึ่งเดียวและสามารถแชร์ความรู้สึกซึ่งกันและกันได้
นางสาวจิราพร พนมสวย นิสิตระดับปริญญาโท สาขาวิชาศิลปศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำศิลปะเข้ามาสร้างความสนุกให้กับโลกของเด็กพิการทางสายตาที่มีระดับการมองเห็นเลือนรางไปจนถึงตาบอดสนิท รวบรวมเป็นงานวิจัย “กิจกรรมศิลปะเพื่อสร้างประสบการณ์สุนทรียะสำหรับเด็กประถมศึกษาที่บกพร่องทางการเห็น” โดยกล่าวว่า “เราพัฒนาในเรื่องของประสบการณ์สุนทรียะสำหรับกลุ่มเด็กตาบอด ซึ่งปกติแล้วเขาจะไม่ใช้สายตาในการมองอย่างคนปกติ แต่ว่าเขาจะใช้ประสาทสัมผัสที่เหลืออยู่ อย่างเช่น การฟังเสียง การสัมผัส การดมกลิ่น ในเคสของห้องเรียนปกติในโรงเรียนเด็กตาบอดจะมีระดับการมองเห็นที่หลากหลายอยู่ด้วยกันในห้องเดียวกันค่ะ”
จากการสำรวจผ่านการสัมภาษณ์ผู้สอนกลุ่มเด็กบกพร่องทางสายตาพบว่า ประสบการณ์สุนทรียภาพในศิลปะของชั้นเรียนเด็กตาบอดจะไม่ได้เน้นในเรื่องนี้โดยเฉพาะ จากการศึกษาวิจัยชี้ว่าศิลปะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการในด้านต่าง ๆ ของเด็ก จึงเกิดแรงบันดาลใจในการนำมาพัฒนาต่อยอดเพื่อกระตุ้นสุนทรียะของเด็กตาบอดไปพร้อมกับการเรียนรู้ กลายเป็นหลักการพัฒนากิจกรรมศิลปะที่เรียกกันว่า ‘MATA’ โดยคุณครูศิลปะหรือนักวิจัยสามารถนำไปต่อยอดเพื่อออกแบบกิจกรรมที่ใช้ได้จริงในห้องเรียน ประกอบด้วย 4 แนวทาง ได้แก่
ในช่วงที่ 2 ของการวิเคราะห์รูปแบบการเรียนรู้ด้วยศิลปะ สู่การแปลงผลเป็นกิจกรรมศิลปะแสนสนุก โดยสามารถแตกกลุ่มกิจกรรมได้ทั้งหมด 4 กิจกรรม ได้แก่
นางสาวจิราพร กล่าวถึง การเรียนออนไลน์ของเด็กตาบอดในยุคโควิด-19 ที่ต้องมีการลดทอนอุปกรณ์การเรียนรู้ เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์และสามารถหาได้ง่ายภายในบ้าน และต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองในการเป็นครูพี่เลี้ยงเพื่อช่วยเด็ก ๆ ให้สามารถดำเนินกิจกรรมร่วมกันได้ กลายเป็นช่วงเวลาสร้างสรรค์ร่วมกับครอบครัวในยุคที่ต้องห่างไกลเพื่อนและโรงเรียน ช่วยบรรเทาความเครียดในระหว่างกักตัวภายในที่พักอาศัยได้
นอกจากนี้ นางสาวจิราพร ยังกล่าวถึงแผนการต่อยอดในอนาคตว่า “สามารถนำไปพัฒนาเป็นเซ็ตกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพัฒนาการในอนาคต ผู้วิจัยหรือผู้ที่สนใจสามารถพัฒนาเป็นอุปกรณ์เสริมสร้างทักษะต่าง ๆ เช่น ทักษะทางศิลปะ ทักษะทางอารมณ์ ให้เด็ก ๆ ได้ไปถึงศักยภาพที่สมวัยของเขา สำหรับเด็กที่เรียน Home School ก็สามารถมีชุด Kit กิจกรรมที่เรียนรู้ได้ที่บ้านในราคาที่ไม่แพง ซึ่งเด็กตาบอดมีศักยภาพในตัวเองอยู่แล้ว สามารถเลือกทำหรือพัฒนาอะไรได้หลายอย่างมาก เราควรสนับสนุนในความสามารถของเขา มากกว่าปล่อยให้เลือนรางไปพร้อมกับสายตาของเขา”

นิสิตระดับปริญญาโท สาขาวิชาศิลปศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจารย์ที่ปรึกษา: ผศ.ดร.อินทิรา พรมพันธุ์ และ อาจารย์ ดร.สริตา เจือศรีกุล